เขียนโดย: Ditsumran1977

เมื่อ: 23 เมษายน 2564 - 19:16

3 สิงห์สำอางสายยุโรป PEUGEOT Django 150, LAMBRETTA V200 Special และ New VESPA GTV 300

PEUGEOT Django 150 ... ขวัญใจสาวสก๊อย

 

 

          ถ้าใครกำลังหารถ AT สำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน ในแบบที่เวลาขี่ ผู้โดยสาร จะยิ้มแย้มได้ตลอดทาง บอกเลยว่า PEUGEOT Django 150 คือคำตอบที่ดีที่สุด เพราะสาวๆ ส่วนใหญ่จะให้ความนิยมซ้อนหรือไม่ก็อยากที่จะขี่เจ้ารถรุ่นนี้มากที่สุด ตัวรถมีการวางท่านั่งสบายๆ ไม่ว่าจะเป็นองศาในการวางมือหรือเท้า ทั้งหมดได้รับการวิเคราะห์และออกแบบมาเป็นอย่างดี ส่วนผู้โดยสาร รับประกันความสบายก้นด้วยฟองน้ำหนาๆ และการจัดทรงของเบาะที่เรียกได้ว่าไม่มีที่ไหนจะทำได้เหมือน นอกจากนั้น Django 150 ยังใส่ระบบ ABS Anti-lock Brake System กับ SBC Sensotronic Brake Control มาให้อีกด้วย เพราะความปลอดภัยคือหัวใจของการออกแบบรถ

 

 

          ในส่วนของรูปทรง เหล่านักทดสอบส่วนมากจะบ่นว่าเป็นรถที่มีระยะห่างฐานล้อยาวไปหน่อย แต่ก็ไม่เคยคิดเลยว่ารถสกู๊ตเตอร์ที่ใช้ๆ กันอยู่ทุกวันบนท้องถนน ค่าระยะห่างฐานล้อมันก็ใกล้เคียงกันชนิด +/- ไม่เกิน 3 เซนติเมตร ผลลัพธ์หรือตำตอบของระยะห่างฐานล้อ จริงๆ แล้วมันไม่ส่งผลในการขับขี่เลย ยิ่งเป็นการใช้บนถนนด้วย บอกตรงๆ ไม่เห็นผล ในทางกลับกันระยะห่างฐานล้อยาวๆ (อย่างที่ใครหลายคนเคยบ่น) มันช่วยให้เราขับขี่ได้มั่นคงและง่ายมากขึ้นในเวลาที่เดินทางอยู่บนความเร็วตีนปลายหรือออกเดินทางไกลๆ

          ความสวยงามของ Django 150 มันทำได้เกือบเต็มสิบ จะมาติดก็ตรงที่พื้นที่เก็บของหลังบังลมที่เล็กไปกับจุดที่ชาร์จแบตเตอรี่มือถือ จำเป็นต้องซื้อตัวต่อแบบหัวเสียบของรถยนต์มาใส่เท่านั้นเอง ที่เหลือมันงดงามอย่างไม่มีที่ติ แล้วใครที่เล่นรถรุ่นนี้ก็ไม่ต้องกลัวเรื่องตกรุ่น เพราะนานทีหลายปีทาง PEUGEOT ถึงจะสร้างรถแนวๆ นี้ออกมา ส่วนอะไหล่บริการหลังการขายก็ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มี เพราะ PEUGEOT วางแผนไว้แล้ว แบบเดียวกับรถยนต์เลย ขอแค่เข้ามารับการบริการที่ศูนย์เท่านั้นเอง นอกเหนือจากความสวยก็ยังมีเรื่องของขุมกำลัง

 

 

          ตัวเครื่องยนต์เป็นแบบ เบ็นซิน 4 จังหวะ 1 ลูกสูบ ในขนาดความจุ 150 ซีซี. ระบายความร้อนด้วยอากาศ จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด ควบคุมการหมุนกดวาล์วด้วยเพลาลูกเบี้ยวแบบเดี่ยว SOHC กระบอกสูบ x ระยะชัก = 57.4 x 58.2 มม. กำลังอัดเครื่องยนต์ 10.4 : 1 ขับเคลื่อนด้วยชุดสายพานที่มีชามและเม็ดแบบใกล้เคียงกับรถ AT ที่ขายอยู่ในตลาด ณ เวลานี้ ชุดสายพานยังไม่มีใครบอกว่าเทียบกับรุ่นไหนได้ แต่การขุดชามและไล่ลน้ำหนักเม็ด อันนี้มีชุด Kit จากทั้งในประเทศและนำเข้ารอจำหน่ายอยู่แล้ว ส่วนท่อไอเสียก็เช่นกัน จะขี่เดิมๆ เงียบๆ หรือทะลวงไส้เรียกกำลังเสียงตอนออกตัว มันก็ทำได้ทั้งนั้น แต่ยังไม่มีท่อสูตรแบบตรงรุ่นเข้ามาจำหน่าย

 

 

                สนนราคาของ PEUGEOT Django 150 ล่าสุดมีสีพิเศษอย่าง Black Edition ออกมาขายอีกด้วย รับประกันความติดมือ ขี่ดีเป็นที่สุด

 

New LAMBRETTA V200 Special ... บอดี้เหล็กนะจ๊ะตัวเธอ!

 

 

          หลังจากเปิดตัว New LAMBRETTA 125 ไปได้ไม่นาน ก็มีกระแสอยากได้รถที่เป็นบอดี้เหล็ก แล้วก็อยากได้รถที่วิ่งเร็วกว่าเดิม ไม่รอช้าให้เสียที LAMBRETTA เลยจัดตัวแรงอย่างรุ่น V200 Special ที่มาพร้อมกับบอดี้เหล็ก แถมยังขี่ได้ค่อนข้างติดไม้ติดมือมากกว่ารุ่นแรกที่วางจำหน่ายไป เรื่องของความสวยงาม ไม่ต้องกังวล เพราะมีการใช้ชื่อ LAMBRETTA ค้ำคออยู่ แต่ถ้าเป็นนักนิยมรถที่มีดีไซน์โมเดริน์หน่อยอาจจะรู้สึกเฉยๆ กลับกันถ้าเป็นสาวก Scooter ตัวจริง และยังเป็นสาวกของ Innocenti  LAMBRETTA ด้วยแล้ว นี่คือการเติมเต็มของชิ้นส่วนที่ขาดหายไปหลังจากที่โรงงานในประเทศอิตาลี่ยุติการผลิตไป

 

 

          LAMBRETTA V200 Special ใช้ไฟหน้าแบบเหลี่ยม ซึ่งใกล้เคียงกับรุ่น 125 ที่จำหน่ายอยู่ จัดการกัดลายผิวในของโคมไฟและปั๊มคำว่า LAMBRETTA ลงไป ส่งผลให้มันดูสวยงามขึ้นมาทันใด ตัวเรือนไมล์เป็นแบบผสมผสานระหว่างการใช้เข็มแบบไฟฟ้าและหน้าจอ Digital นอกจากนั้นยังให้หลอดไฟสีต่างๆ ในการรายงานผล ตัวไมล์มีความกลมกลืนกับกระโหลกรถมากๆ ถือว่านักออกแบบทำงานมาเป็นอย่างดี ประกับสองฝั่งขวา/ซ้าย ใช้ปุ่มกดสวิทช์ต่างๆ ขนาดใหญ่เพื่อความง่ายต่อการใช้งาน ปลอกมือของรถมีการเล่นลายและโลโก้ของต้นสังกัดลงด้วย แต่ไม่จำเป็นต้องกำคลัทช์สะบัดข้อมือเปลี่ยนเกียร์อีกแล้ว เพราะนี่คือรถ AT

 

 

          รูปแบบของตัวรถยังคงเอกลักษณ์ความเป็น LAMBRETTA เอาไว้ได้เกือบทั้งหมด จะมาต่างก็ตรงที่ใช้เครื่องยนต์ชนิด 4 จังหวะ กับเกียร์ที่เปลี่ยนไปเป็นแบบ AT กับชุดห้ามล้อหลังที่จากแต่ก่อนเป็นดรัมเบรค พอเป็น New LAMBRETTA V200 Special จึงหันไปใช้งานจานเบรกและคาลิเปอร์แทนที่ อ้อ...เกือบลืมว่ามีขาตั้งเดี่ยวจากโรงงานมาเลยนะ ไม่ต้องไปหาซื้อของแต่งมาใช้เหมือนรุ่นเก่าๆ กระโปรงหลังสองฝั่งขวา/ซ้าย เปิดยากกว่ารุ่นเก่า เพราะ New LAMBRETTA ไม่มีความจำเป็นต้องเซอร์วิทเครื่องเหมือนเดิม จึงออกแบบมาให้มีอารมณ์คล้ายเท่านั้น ส่วนเบาะนั่ง 555... ก็ยังใช้ฟองน้ำบางๆ เหมือนเดิม แต่จะว่าไป LAMBRETTA ถือเป็นสกู๊ตเตอร์ทรงสปอร์ตนะ ถ้าอยากนั่งนิ่มๆ ก็ยกเบาะไปใส่เจลเอาก็ได้

          นิสัยของเครื่องยนต์ที่ประจำการอยู่บน New LAMBRETTA V200 Special เป็นเครื่องที่ปั่นรอบได้รวดเร็วทำให้เป็นรถที่ออกไฟแดงได้ทันใจ แต่ก็ต้องแลกกับเรื่องของอาการกระด้างของระบบกันสะเทือนหน้า ตัวเครื่องยนต์มีขนาดความจุ 168.9 ซีซี. ระบายความร้อนด้วยอากาศ ใช้งานการจ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด EFI ชุดเกียร์แบบ AT การขับเคลื่อนใช้แบบสายพาน มีชามและเม็ดรอให้ขูดและไล่น้ำหนักเลย ของแต่งมีการนำเข้าจากต่างประเทศมารอแล้ว อย่าง MALOSSI เป็นต้น ระบบเบรคหน้าหลังเป็นจานเบรค ทำงานร่วมกับคาลิเปอร์ที่สั่งงานด้วยไฮดรอลิค

 

 

         มีแรงม้าอยู่ 13 ตัว ใช้ยางหน้าขนาด 110/70-12 นิ้ว ยางหลัง 120/70-12 นิ้ว ราคาค่าตัวของ New LAMBRETTA V200 Special ใครชอบบอดี้เหล็กเชิญเลยนะฮะ...

 

New VESPA GTV 300 ... เห็นหน้าเซื่องๆ วิ่งเร็วนะจ๊ะ

 

 

          รุ่นนี้ไม่ต้องโมดิฟายก็วิ่งทะลุ 150 กม./ชม. เลยนะครับ เพราะมาด้วยเครื่องยนต์ขนาด 300 ซีซี. เปิดวาร์ปได้ง่ายๆ แค่กระดกคันเร่ง ตัวรถก็ดูกระทัดรัด หลอกสายตาว่าเป็นรถขนาด 150 ซีซี. แต่ดูดีๆ จะเห็นว่าบั้นท้ายนั้นอวบกว่ามากและใช้การระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำ จุดสังเกตุง่ายๆ ก็คือด้านที่มีท่อไอเสียเราจะเห็นปั๊มน้ำ กับด้านข้างบังลมจะเป็นรูรังผึ้งเพื่อระบายความร้อน นี่ยังไม่นับอีกจุด คือ หม้อน้ำ แต่จุดนี้ต้องมองจากด้านหน้าของรถเท่านั้น ถ้ามีตรงตามที่บอก อย่าไปซ่าเบิ้ลคันเร่งใส่เชียวนะ เพราะนี่มันจรวดทางเรียบอิตาเลี่ยนชัดๆ

 

 

         หน้าตาของ New VESPA GTV300 มาแบบเซื่องๆ ย้อนยุคนิดๆ ด้วยการใช้ไฟหน้าไปติดที่ด้านบนของบังโคลนหน้า ซึ่งถ้าเป็นรถรุ่นเก่าจะถูกเรียกการวางไฟแบบนี้ว่า “ตะเกียงล่าง” ด้านบนเป็นที่ติดตั้งของแฮนด์บังคับและเรือนไมล์ แต่หากมาแบบโดดๆ ก็จะขัดสายตา เลยเลือกใช้ Cover บังลมทรงเตี้ยมาประกอบลงไป เพียงเท่านี้ความหล่อก็มาแบบเต็มๆ แล้ว ชุดบังลมยังอมเอาอารมณ์ของ VESPA ตัวเก่ามาแต่งแก้ได้อย่างสวยงาม ดั้งแหมบๆ มีไฟเลี้ยวแบบฝังในประกบข้างทั้งขวา/ซ้าย และจุดเด่นของ VESPA ก็คือการใช้อาร์มแบบแขนเดี่ยวที่ระบบกันสะเทือนหน้า GTV300 ก็เช่นกันเพียงแต่มีการแก้ไขให้ทันสมัยมากขึ้น

 

 

          หลังบังลมมีช่องเก็บของสไตล์แบบที่มีฝาปิดและกุญแจล็อค ช่องเก็บสัมภาระใต้เบาะมีขนาดใหญ่ แต่ไม่สามารถเก็บหมวกกันน็อคแบบเต็มใบได้ เวลาเติมน้ำมันต้องเปิดเบาะจึงจะเห็นจุดในการเติมน้ำมัน ในเรื่องของ Foot Board มาด้วยขนาดกำลังดี เบาะนั่งใบหนา นั่งสบายไม่มีเมื่อย ชุดจับกันตก มาแบบเตี้ยๆ โอบล้อไปกับทรงท้ายของเบาะรถ ตัวพักเท้าคนซ้อนพับเรียบสนิทไปกับรถ เวลาจะใช้ก็แค้กระแทกเบาๆ กลไกจะกระเด้งขาเหยียบออกมา ชุดไฟท้ายทรงไม่หนีไปจาก GTS แต่ใช้ลูกเล่นให้ดูสวยยิ่งขึ้น ไฟเลี้ยวหลังยังเป็นแบบแนบเนื้อกับ Body Part

 

 

          ระบบกันสะเทือน จุดเด่นคือการใช้แขนเดี่ยวทางด้านหน้า พอพัฒนามาเป็น New VESPA มาเจอกับช็อคอับสมัยใหม่และใช้จานเบรค ก็ยิ่งส่งผลให้ระบบกันสะเทือนหน้าดูมีสเน่ห์มากเข้าไปอีก ด้านหลังเป็นช็อคอับเดี่ยว เน้นสมรรถนะการซับแรงที่เหนือกว่าช็อคอับเดิมโรงงานที่ใช้อยู่กับ New VESPA ระบบห้ามล้อด้านหน้าเป็นจานเบรคเดี่ยว + ABS คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ สั่งการด้วยไฮดรอลิค จานเบรคหลังเดี่ยว คาลิเปอร์ 1 ลูกสูบ ขนาดยางหน้า มาด้วยสัดส่วน 120/70-12 นิ้ว ยางหลัง 130/70-12 นิ้ว แรงบันดาลใจของการสร้างมาจากรถ VESPA ที่เคยผลิตไว้เมื่อปี 1951

 

 

          เรื่องของราคา New VESPA GTV300 ใครชอบรถแรงๆ แบบไม่ต้องโมดิฟายเพิ่ม แนะนำรุ่นนี้เลย ทั้งแรงทั้งหล่อจริงๆ

 

PEUGEOT Django 150                         ราคา   91,500 บาท

LAMBRETTA New V200 Special          ราคา   99,500 บาท

VESPA New GTV300                             ราคา 225,900 บาท

 

Cr. scooterlab.uk // lambrettascooters.com // bikereview.com.au

รถซื้อสอง ซื้อขายรถ ของแต่งรถ

ข่าวที่ใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook